10 ซีรีส์เกาหลีพล็อตเรื่องเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่ดีต่อใจ โดยเฉพาะคนวัย 20 อัพ

Date: 20 March 2019 By: ช็อกโก้พาย 943 Views


เราว่าการดูซีรีส์ก็เหมือนกับการใช้ชีวิตนะ เมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่น วัยอยากรู้ อยากลอง มักจะชอบพวกซีรีส์ที่หวือหวา ดราม่าจัด เครียดจัด หรือฟินจิกหมอนขาดอะไรทำนองนั้น พอถึงจุดหนึ่งในวันที่เราโตขึ้นอะไรที่เคยหวือหวากลับไม่ตอบโจทย์ชีวิตเรา กลับกลายเป็นว่าชอบเสพความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ดูแล้วรู้สึกสบายใจ อบอุ่นในใจมากกว่า

ซึ่งซีรีส์ทั้ง 10 เรื่องที่เราเลือกมานี้ถึงแม้จะไม่ใช่แนวฟินจิกหมอน หรือพล็อตเรื่องแปลกใหม่อะไร แต่รับรองว่าไม่น่าเบื่อ ชวนง่วงนอนแน่นอน! ตรงกันข้าม เราเชื่อว่าถ้าใครได้ดูจะรู้สึกประทับใจ อิ่มเอมในหัวใจจนหลงรักซีรีส์แนวนี้ไปเลยล่ะ

  1. Because This Is My First Life

เรื่องราวของชายหนุ่มผู้สุดแสนจะเย็นชาไม่เชื่อในความรัก ตัดสินใจกู้เงินไปซื้อบ้านเพื่ออยู่กับแมว 1 ตัวในปั้นปลายชีวิต จนหนี้บานตะไท กับหญิงสาวที่ดันมาตกงานตอนอายุขึ้นเลข 3 แถมยังไม่มีสมบัติอะไรติดตัว ไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ แต่ด้วยความบังเอิญและความเข้าใจผิดทำให้ทั้งคู่ต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน จนเกิดเรื่องราวที่ทำให้คุณต้องยิ้ม ดูแล้วจะเข้าใจความหมายของ “ชีวิตคู่” และ “การแต่งงาน” มากขึ้น ว่าบางครั้งคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าคนที่นั่งจิบเบียร์ดูบอลไปพร้อมกันกับเรา เป็นซีรีส์เกาหลีที่พล็อตเรื่องค่อนข้างฟีลกู๊ด ไม่ดราม่า ดูแล้วไม่เหนื่อย แถมยังมีกลิ่นอายของความญี่ปุ่นสูงมาก เพราะเป็นซีรีส์ที่บทพูดไม่ค่อยเยอะ แต่ทุกประโยคที่ถ่ายทอดออกมานั้นสวยงาม ให้ข้อคิดแก่คนดูเยอะเลยแหละ

  1. It’s Okay, That’s love

เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ในดวงใจที่แม้ว่าจะจบไปนานแล้วแต่ก็ไม่เคยลืม เราชอบที่เนื้อเรื่องพยายามถ่ายทอดให้เห็นความ “ไม่ปกติ” ของทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นพระนาง หรือนักแสดงสมทบคนอื่นๆ ภายนอกที่ดูปกติแต่ลึกๆ เข้าไปข้างในจิตใจทุกคนล้วนมีปัญหาแฝงอยู่ทั้งนั้น แม้แต่ตัวนางเอกเองที่เป็นถึง “จิตแพทย์” ก็ยังมีปมความรักและปัญหาครอบครัวในใจ พระเอกที่เป็นนักเขียนนิยายชื่อดัง แท้จริงแล้วก็มีอดีตคอยตามหลอกหลอน แต่ความไม่สมบูรณ์แบบและความไม่ปกติของทั้งคู่กลับเติบเต็มและเยียวยาซึ่งกันและกัน ดูแล้วจะทำให้เราเข้าใจและยอมรับผู้ป่วยจิตเภทมากขึ้น เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละนี้ มันไม่แปลกหรอกถ้าคุณจะไม่สมบูรณ์แบบ

  1. Thirty But Seventeen

เคยคิดมั้ยว่าถ้าวันหนึ่งคุณตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองแก่ขึ้นมาจากเดิมเป็นสิบๆ ปีจะเป็นอย่างไร? เช่นเดียวกับนางเอกของเรื่องนี้เพราะอุบัติเหตุรถชนทำให้เด็กสาววัย 17 ปี คนหนึ่งที่อนาคตของเธอกำลังจะไปได้สวย กลับกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรานานถึง 13 ปี และเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองอายุ 30 ปี แล้วซะงั้น เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมาก เราชอบที่ทุกตัวละครในเรื่องมีบทบาท มีส่วนขับเคลื่อนเนื้อเรื่องด้วยกันทั้งหมด มันเลยทำให้ทุกตัวละครมีเสน่ห์ ไม่ต้องมีตัวร้าย ไม่ต้องมีนางร้ายคอยกรี๊ดก็สนุกได้ ที่สำคัญคือพระนางไม่ได้สวยหล่อเบอร์หนึ่งอะไรขนาดนั้น แต่เคมีของทั้งคู่ดีมาก แสดงได้อินมาก ใครดูก็ต้องรักอะบอกเลย

  1. Romance Is a Bonus Book

ลืมบอกไปว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราชอบซีรีส์แนวนี้ก็คือ แทบทุกเรื่องจะมีเรื่องการทำงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเรามองว่ามันค่อนข้าง Make Sense มาก เพราะทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่ในที่ทำงานอย่างน้อยๆ ก็ 8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ มักจะมาจากอาชีพ และที่ทำงานของพระนาง เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มรุ่นน้องคนสนิท ดีกรีหัวหน้ากองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ใหญ่ กับรุ่นพี่สาวลูกหนึ่ง ที่ชีวิตตกอับ สามีทิ้ง สมัครงานที่ไหนก็ไม่รับเพราะพักงานเพื่อเลี้ยงลูกไม่มีบริษัทไหนเชื่อฝีมือ จนได้มาทำงานที่สำนักพิมพ์ของหนุ่มรุ่นน้อง เป็นซีรีส์รักข้ามรุ่นอีกเรื่องที่ดีงามมาก ดูแล้วรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ทำให้คนที่หมดหวังในตัวเองกลับมามีความหวังใหม่อีกครั้ง ที่สำคัญซีรีส์เรื่องนี้ยังตีแผ่ชีวิตคนทำหนังสือ ดูแล้วทำให้อยากอ่านหนังสือขึ้นมาเลยแหละ

  1. Children of 20th Century

เรื่องนี้เป็นซีรีส์ม้ามืดที่ไม่คาดคิดว่าจะดีงามขนาดนี้ สิ่งที่เราชอบในเรื่องนี้ก็คือแม้จะมีฉากโรแมนติกของพระนาง แต่ด้วยเนื้อเรื่องเล่าถึงเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่สนิทกันตั้งแต่เด็ก ทำให้น้ำหนักในเรื่องนี้เน้นไปที่มิตรภาพระหว่างเพื่อนมากพอๆ กับบทของพระนาง โดยเฉพาะฉากที่เพื่อนๆ ในกลุ่มนัดกันมาเม้าท์มอย แชร์ชีวิตของตัวเองให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง แม้ว่าจะเป็นวันแย่ๆ แต่พอได้มาเจอเพื่อน มีคนที่รับฟังเรา เข้าใจเรา ให้กำลังใจเรา แล้วมันรู้สึกดีมากเลยแหละ ทำเอาคิดถึงเพื่อนขึ้นมาทันที แม้ว่าในเรื่องจะมีประเด็นของตัวละครหลายตัวให้เล่า แต่คู่ของพระนางนั้นก็ไม่จม แถมพอมีฉากที่เข้าคู่กันทีไรก็อินมาก เพราะเราได้เห็นพัฒนาการความรักของทั้งคู่ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ มันเป็นความสัมพันธ์ที่เราเห็นแล้วรู้สึกสบายใจตาม นอกจากนี้ก็ได้เห็นมุมมองความรักหลากหลายรูปแบบจากบรรดากลุ่มเพื่อนๆ ของตัวเอกอีกด้วย

  1. Reply 1988

สารภาพเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์ที่เราคิดจะดูตั้งแต่แรก เพราะเราเคยดูหนังเกี่ยวกับครอบครัวแล้วรู้สึกไม่ใช่สไตล์ แถมนักแสดงในตอนนั้นก็ไม่ใช่นักแสดงดังเลยไม่ได้ดูตั้งแต่แรก มาดูอีกทีก็สองปีให้หลังด้วยความบังเอิญ ปรากฏว่าต้องกลืนน้ำลายตัวเองและลบภาพหนังครอบครัวที่เคยดูมาตลอดชีวิตออกหมดเลยจ้า เพราะเรื่องนี้เป็นซีรีส์แนวครอบครัวที่ครบรสที่สุดตั้งแต่ดูมา ฉากที่ตลกก็เล่นเอาน้ำตาเล็ด ฉากที่ซึ้งก็กินใจเหลือเกิน ดูแล้วคิดถึงเพื่อน คิดถึงวัยเด็กมากเว่อร์ เรายังงงเลยว่าคนเขียนบทและผู้กำกับสามารถเล่าประเด็นเรื่องราวทั้งหมดนี้ใน 20 ตอนได้ยังไง เพราะเรื่องนี้เล่าตั้งแต่ความสัมพันธ์ในครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน จนไปถึงป้าข้างบ้าน โดยนำเสนอได้อย่างครบถ้วน ไม่รู้สึกยัดเยียด นักแสดงก็ฝีมือคุณภาพ เด่นทุกบท เด่นทุกตัวละครจริงๆ ควรค่าแก่การดูสุดๆ

  1. Radiant Office

Radiant Office เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของชาวมนุษย์ออฟฟิศถึง 80% ส่วน 20% นั้นเว้นที่ให้คู่พระนางหวานกันบ้างเล็กน้อย ใครที่กำลังหมดไฟในการทำงานแนะนำให้ดูเรื่องนี้เลยจ้า เพราะดูแล้วคุณจะรักงานและเห็นคุณค่าของงานที่ทำมากขึ้นเพราะเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตคนเกาหลีว่ากว่าจะได้งานนั้นต้องต่อสู่ฟาดฟันกันมาก โดยในเรื่องเล่าถึงชีวิตของพนักงานชั่วคราวที่ต้องดิ้นรนเพื่อคว้าตำแหน่งพนักงานประจำมาให้ได้ ซึ่งนอกจากจะต่อสู้กับพนักงานคนอื่น ต่อสู้กับหัวหน้า ต่อสู้กับลูกค้าแล้ว ยังต้องต่อสู้กับตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นถึงจะอยู่รอดอีกด้วย เราชอบเรื่องนี้เพราะเล่าเรื่องการทำงานให้เข้าถึงง่าย ไม่เครียดจนเกินไป มีมุมขำ และมีฉากโรแมนติกที่ถึงแม้จะน้อย แต่ก็ทำเอาเรายิ้มไม่หยุดได้เหมือนกัน

  1. The Third Charm 

เราเชื่อว่าลึกๆ แล้วหลายคนน่าจะเคยมีคนๆ หนึ่งที่ติดอยู่ในใจเสมอ แม้จะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วตาม เช่นเดียวกับซีรีส์เรื่องนี้ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งใน 3 ช่วงวัยที่แตกต่างกัน เราได้เห็นการเติบโตของตัวละครตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ เป็น 3 ช่วงวัยที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของความรัก ความคิด ของคู่รักธรรมดาๆ คู่หนึ่งที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง ว่าความรักเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ รวมไปถึงการตั้งประเด็นคำถามที่ยากจะหาคำตอบ ถ้ารักกันแล้วต้องเจ็บปวดยังจะเรียกว่าความรักหรือเปล่า? ถ้ารักกันแล้วทำร้ายคนรอบข้างยังใช่ความรักที่คู่ควรอยู่มั้ย? มันเป็นถามที่ไม่มีใครตอบได้ บางตอนดูแล้วรู้สึกอึดอัด แต่ก็ทำให้เราประทับใจมากเช่นกัน เพราะไม่ว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์จะจบในรูปแบบไหน แต่ทุกชีวิตก็ยังต้องดำเนินไปเสมอ

  1. Something In The Rain

ดูซีรีส์เรื่องนี้จบแล้วอยากตะโกนดังๆ ว่าอยากมีแฟนเด็กโว้ยยย แม้พล๊อตเรื่องจะไม่ได้แปลกใหม่เป็นความรักของคู่รักต่างวัยทั่วไป ที่นางเอกอายุ 30 ดันไปคบกับน้องชายเพื่อนที่เพิ่งจะอายุ 20 ต้นๆ แล้วต้องเจอกับอุปสรรคหลายอย่างทั้งความต่างของอายุและสายตาของคนรอบข้าง ซึ่งเนื้อเรื่องแนวนี้มันก็มีเยอะแหละ แต่ความดีงามของซีรีส์เรื่องนี้คือการถ่ายทอดอารมณ์และการแสดงของพระนางที่มีเสน่ห์ ดีต่อใจคนดูมาก มันอาจไม่ได้ฟินจิกหมอนแบบซีรีส์วัยรุ่นแต่มันให้ความรู้สึกที่สุขอยู่ลึกๆ ในใจตามแบบฉบับความรักของผู้ใหญ่ที่ทำเอาใจเต้นแรงได้ไม่แพ้กัน

  1. Temperature of Love

เรื่องราวความรักของนักเขียนสาวและเชฟหนุ่ม ที่จะทำให้คนดูรู้สึกเขินได้ทันทีที่ดูตอนแรก เนื้อเรื่องของ Temperature of Love เป็นอะไรที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆ เข้าถึงง่าย รวมไปถึงคู่พระนางที่มีเคมีเข้ากันสุดๆ ถึงแม้ไม่ถึงขั้นฟินจิกหมอน แต่จากการดำเนินเรื่องที่พระเอกสารภาพรักกับนางเอกตั้งแต่ตอนแรก ก็ทำให้หน้าร้อนแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลยทีเดียว ซึ่งเปรียบเทียบกับซีรีส์หลาย ๆ เรื่องที่กว่าพระเอกนางเอกจะรักกัน จูบกันก็ปาไปครึ่งเรื่องแล้ว แต่ซีรีส์เรื่องนี้แค่ตอนแรกก็คิดว่าทำให้หลายคนฟินไปกับความละมุนของพระเอก รวมไปถึงความโรแมนติกแบบธรรมดาแต่พิเศษ (เอ๊ะยังไง?) เอาเป็นว่าลองไปติดตาม รับประกันได้เลยว่า “ดือ” ต่อใจแน่นอน

 

ถูกใจต้องแชร์:

Comments

comments