เช็คอินที่แม่เหาะ เที่ยวแบบคนคูล นอกฤดูก็เที่ยวได้ !

Date: 27 October 2020 By: ช็อกมินต์ 58 Views


วันว่างไม่ค่อยจะมี ไปเที่ยวทั้งทีก็ไปไม่ตรงตามฤดูกาลอีก อยากเห็นดอกบัวตอง แต่น้องไม่ว่างตอนมันออกดอก ! แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวตำบล “แม่เหาะ” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนดีๆ ภายใต้โครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ได้รับการสนับสนุนนวัตกรรมมาใช้พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับผู้มาเยี่ยมเยียนทุกคนได้อย่างน่าสนใจ

เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาผสาน บรรยากาศการเที่ยวบนดอยจะปังแค่ไหน รีบเก็บกระเป๋าเกาะเครื่องบินลัดฟ้าไปแม่เหาะกันเลย !

ดอยสิงห์ ที่ต้องขึ้นไปให้ถึงหัวสิงห์ !

ลงเครื่องมาได้ไม่นานแวะทานข้าวซอยอร่อยๆ ก็ตรงมาที่อบต.แม่เหาะ และแล้วเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง สถานที่แรกที่ขึ้นไปคือดอยสิงห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวแบบยั่งยืนโดยชุมชนเส้นทางใหม่ และการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยี VR และ AR กับโครงการ “Green route Good life” เที่ยวแม่เหาะ ลัดเลาะชมวิถีกะเหรี่ยง โดยใช้กระบวนการ “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” วันที่ขึ้นไปสภาพอากาศค่อนข้างไม่เป็นใจ เส้นทางขึ้นเขาค่อนข้างลำบากจากฝนที่ตกลงมา แต่ใจมันมาแล้ว เราต้องไปให้สุด เขาว่าถ้าขึ้นไปถึงบริเวณหัวสิงห์ นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นบ้านแม่เหาะได้แบบ 360 องศา

น้องนัท ไกด์ตัวน้อยที่ดูแลเราตลอดการเดินทาง

วันนี้ได้ไกด์ตัวน้อยมาเดินเป็นเพื่อนอีกคน น้องนัท(ชื่อไทย) น้องเป็นชาวปกากะญอที่มีอาชีพจากการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยว น้องนัทและเพื่อนๆ ดูแลพวกเราตลอดการเดินทาง มีไม้ค้ำให้คนละอันไว้เป็นตัวช่วยในการเดินขึ้นเขา จนในที่สุดเราก็ได้เห็นวิวแบบรอบทิศบนดอยสิงห์ ทว่าฟ้าฝนไม่เป็นใจ มีหมอกลง สลับกับสายฝน เลยอดเห็นบรรยากาศหมู่บ้านแม่เหาะด้านล่าง

แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคมากเท่าไร เพราะเรามีนวัตกรรม VR และ AR มาด้วย ทางโครงการมีคิวอาร์โค้ดและแว่น VR ให้เราได้ชมวิว และทุ่งดอกบัวตองแบบเต็มตา จริง ๆ แล้วตลอดเส้นทางที่โครงการได้จัดขึ้น จะมีคิวอาร์โค้ดไว้ให้สแกนทุกที่ ซึ่งเราจะได้ศึกษาความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ รวมถึงได้เห็นบรรยากาศที่เราอาจไม่ได้ไปสัมผัส ณ ตอนนั้นอีกด้วย เห็นมั้ย มาท่องเที่ยวนอกฤดูก็ได้เห็นวิวสวยๆ ฟ้าใสๆ ทุ่งดอกบัวตองสวยๆ แต่อย่าดูเพลินจนเดินตกดอยนะ

เวิร์กชอปทำสบู่ ผลผลิตธรรมชาติจากชุมชน

หลังจากลงดอยสิงห์ ก็แวะมาทานอาหารพื้นเมือง อร่อยกว่าอาหารที่ร้านเป็นไหนๆ มื้อนี้มีข้าวดอย แกงเผ็ดฟักทอง และน้ำพริกที่ถูกผสมมาจนกลมกล่อม แกล้มกับผักที่เก็บได้ตามรั้วบ้าน ขอบอกว่าอร่อยเหาะ พอหนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ก็มีกิจกรรมเวิร์กชอปมาให้ทำสนุกๆ อย่างการทำสบู่จากกาแฟ และอะโวคาโด มีน้องๆ จากในชุมชนมาช่วยสอน

พี่ศิริพร มัคคุเทศน์ ตำบลแม่เหาะบอกว่าอยากให้ชุมชนเกิดการพัฒนา อยากส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านที่สนใจ จากเดิมเคยขายได้กิโลนึง 15 – 20 บาท แต่พอพี่ศิริพรเอามาเพิ่มมูลค่า เอามาทำเป็นสบู่ได้กิโลละ 10 – 15 ก้อน ขายได้ก้อนละ 25 – 30 บาท ช่วยเพิ่มมูลค่าขึ้นเยอะมาก กาแฟที่พี่ศิริพรนำมาใช้ก็เป็นกาแฟในชุมชน รับรองว่าไร้สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้มีโอกาสได้ลองทำสบู่ใส่แม่พิมพ์น่ารักๆ แถมได้กลับบ้านมาฟรีๆ อีก 2 ก้อน หยอดลงพิมพ์เอง ภูมิใจสุดๆ !

โฮมสเตย์ดอยหว่ากลึโจ๊ะ

หลังจากไปเวิร์กชอปทำสบู่ธรรมชาติมาแล้ว เราก็เลยแวะมาดูโฮมสเตย์ที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนบนดอย สัมผัสวิถีชีวิตของชาวปกากะญอแบบใกล้ชิด คุณแม่เจ้าของบ้านก็น่ารักเป็นกันเอง ใครที่อยากมาเที่ยว ต้องการที่พักถูกๆ อากาศดี มีอาหารมื้อเช้า มื้อเย็นให้ฟรี แถมใกล้ชิดธรรมชาติก็แนะนำที่นี่  “โฮมสเตย์บนดอยหว่ากลึโจ๊ะ

หอมเหาะ ที่แม่เหาะ

พลาดไม่ได้กับกาแฟหอมเหาะ ที่ใครได้ชิมก็ต้องติดใจ พี่มานพ ประธานกลุ่มวิสาหกิจผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟคุณภาพบ้านแม่เหาะ เป็นอีกคนที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยได้รับทุนในการแปรรูปเมล็ดกาแฟหอมเหาะ หลังจากได้รับการสนับสนุนเงินทุนและเครื่องมือ ได้ผลิตภัณฑ์จากกาแฟของชุมชน ผ่านการตากแห้งโดยห้องควบคุมความชื้น ด้วยการใช้รังสีอินฟาเรดไล่ความชื้นจากภายในเมล็ดกาแฟสู่ภายนอก ทำให้กาแฟได้ความชื้นที่เหมาะสม สม่ำเสมอ คงความหอม และรสชาติเข้มข้น นอกจากเมล็ดกาแฟแล้ว พี่มานพบอกว่าเวลาเมล็ดกาแฟออกมา รวมถึงชาจากดอกกาแฟที่ผ่านการอบแห้งโดยเทคโนโลยี FIR (Far Infrared Radiation) ช่วยรักษา สี กลิ่น รสชาติให้คงเดิม ขอบอกว่าเหมือนกินกาแฟสดจากต้น

สำหรับจุดเด่นของการท่องเที่ยวในครั้งนี้คือการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับโลกความเป็นจริง ซึ่งเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวจริงๆ สัมผัสประสบการณ์ชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ตกดิน ที่ดอยหัวสิงห์และดอยหว่ากลึโจ๊ะ ได้ทุกช่วงเวลา ทุกฤดูกาล ด้วยเส้นทางท่องเที่ยวแบบยั่งยืนโดยชุมชนเส้นทางใหม่และการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยี VR และ AR ที่แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกแม่สวรรค์น้อย น้ำพุร้อนแม่อุมลอง สัมผัสวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชาวปกากะญออีกด้วย

ฟังแบบนี้แล้ว ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว หรือฤดูรักก็เก็บกระเป๋าไปเที่ยวได้สบาย รีบหาวันลาแล้วมาเที่ยวกันเถอะ!

ถูกใจต้องแชร์:

Comments

comments