คนเดียวก็เที่ยวได้ 2 วัน 1 คืน อิ่มท้อง อิ่มบุญ แบบจุกๆ ที่สิงห์บุรี

Date: 23 September 2019 By: ช็อกกี้ 176 Views


นานๆ จะมีโอกาสได้พักกับเขาสักที ก็อยากออกไปเที่ยวสักหน่อย เอาแบบบ้านๆ ไม่ไกลมาก ไปคนเดียวได้ และต้องได้เติมแต้มบุญด้วย(รู้สึกช่วงนี้แต้มบุญหมด) ก็เลยคิดอยู่ว่าที่ไหนดี

จะอยุธยาดีไหมวัดเยอะดี หรือไปหลวงพ่อโสธรฉะเชิงเทรา อุทยานพระพิฆเนศนครนายกก็น่าคิด แต่สุดท้าย…ลงเอยที่สิงห์บุรี เพราะยังไม่เคยไป และคิดว่าคนน่าจะไม่เยอะมากด้วย ก็เลยลองหาข้อมูลคิดแพลนคร่าวๆ เราจะไปทำอะไรที่นั่นได้บ้าง เลยเคาะออกมาได้ 6 สถานที่

เริ่มที่ #วัดไทร วัดไทรเป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยอยุทธยา เป็นวัดที่ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา แต่มีรากของต้นไทรโอบล้อมกำแพงวัดเอาไว้ เห็นแล้วรู้สึกถึงความเก่าแก่ และขลังไปพร้อมๆ กัน ดูภายนอกเสร็จแล้วเราก็เข้าไปไหว้หลวงพ่อขาวหรือหลวงพ่อวัดไทร เติ่มแต้มบุญแรกของวัน

หลังจากไหว้พระเสร็จก็แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ #เฌอแตมคาเฟ่ ร้านสวยสไตล์ฝรั่งเศส ที่ใครมาก็ต่างมาแวะกันที่นี่ เหมือนเป็นแลนด์มาร์คอีกที่ก็ว่าได้ เราเดินถ่ายอยู่สักพักก็เข้าไปสั่งอาหาร มาเมืองนี้ทั้งที ก็ต้องสั่งเมนูปลาช่อนสิ ของขึ้นชื่อของเมือง  และก็ถือว่าดีอย่างเขาว่าจริงๆ เนื้อแน่น ไม่คาว รสชาติดี บวกกับบรรยากาศร้านดีด้วย ทำให้อาหารมื้อนี้เพอร์เฟกต์มากๆ

พอกินข้าวเสร็จเราก็ไปต่อที่ #วัดพิกุลทอง ในพระอารามหลวง หรือวัดหลวงพ่อแพ วัดใหญ่คู่เมืองสิงห์บุรีเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปปางประธานพรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย แต่ขอโทษทุกคนด้วยที่เราลืมถ่ายหลวงพ่อแพมา มัวแต่หวงขอพร กลัวไม่ได้แต้มบุญ

พอออกจากวัดมาเราก็วิ่งหาบ้าน #เจ๊กีทองเอน หลายคนคงงงว่าเจ๊กีคือใคร เจ๊กีเป็นคุณยายคนหนึ่งที่ทำขนมหวานประเภท กล้วยฉาบ ฟักทองฉาบ ถั่วกรอบแก้ว เผือกฉาบ เผือกเค็ม เผือกตาข่าย เป็นต้น ก็คือขนมกินเล่นเป็นส่วนใหญ่ แต่จะบอกว่า เจ๊กีเขาไม่ได้ผลิตขายแค่ในบ้านอย่างเดียว เขาทำเป็น OEM เลยนะ คือรับผลิตให้กับแบรนด์อื่นๆ ด้วยทั้งแบรนด์ที่ขึ้นห้างใหญ่อย่างพารากอน หรือแม้กระทั่งแบรนด์ที่ส่งจีน เกาหลี เขาก็ทำมาแล้ว เราไม่อยากไปซื้อไกล ไหนๆ มาถึงถิ่นแล้วก็เหมาไปเลยแล้วกัน

ระหว่างทางกลับโรงแรมผ่านทุ่งนาก็เลยเก็บรูปมาฝาก ข้าวกำลังตั้งรวงสวยอิ่ม และโรงแรมที่เราไปพักคือ #โรงแรมไชยแสงวิลล่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องพักโอเคเลยนะ ไม่เก่ามาก มีอาหารเช้าให้ด้วย แถมตอนเช้าตื่นมารับแสงเช้า เห็นวิวเมืองสวยๆ แบบเต็มตา

เช้าวันถัดมาก็เริ่มด้วยการไหว้พระที่ #วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดใหญ่อีกหนึ่งวัดของเมืองนี้  ไหว้พระเสร็จก็ออกมาเดินชม #ตลาดต้องชม ที่อยู่ภายในวัด มีคุณลุงท่านหนึ่งทาตัวดำทั้งตัว คล้ายรูปปั้นวีรชนบ้านบางระจันมายืนอยู่หน้าทางเข้าตลาด เห็นครั้งแรกแอบตกใจเล็กน้อย ภายในตลาดก็มีของกินทั่วไป แต่เรายังไม่ฝากท้องที่นี่ เราจะไปฝากท้องอีกตลาด

นั่นก็คือ #ตลาดย้อนยุคบ้านระจัน ที่นี่คือวันโพธิ์เก้าต้น สถานที่ตั้งค่ายบางระจันเก่า (เพลงบางระจันลอยมาในหัวตลอดเวลา) พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ก็จะแต่งตัวย้อนยุค นุงโจงกระเบน ตะเบงมาน พูดจาไพเราะ ลงท้ายประโยคด้วยคำว่า เจ้าค่ะ เจ้าขา ขอรับ ตลอดเวลา อาหารก็ถูกมาก แถมอร่อยด้วย

พอดีว่าเรามาช่วง 11 โมง ที่ตลาดเขาจะมีการแสดงเกี่ยวกับเรื่องบ้านบางระจันก่อนจะโดนตีแตก เราก็มีโอกาสได้นั่งดู ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีอะไร สุดท้ายก็ดีอยู่นะ เล่นจริงเจ็บจริง ฟันจริง ดาบจริง(แต่ลบคมแล้ว) มีมุขตลกแทรกอยู่เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อดี กินไปชมไป ก็เพลินๆ อิ่มท้อง อิ่มใจ ก่อนกลับก็ต้องซื้อของฝาก อันนี้แนะนำเลยจริงๆ ปลาร้าสับ ของสิงห์บุรีไม่เป็นรองใคร บอกเลย…มันดีมาก!!! ห้ามพลาด!!!

ก่อนกลับก็ออกมาไหว้พระอาจารย์ธรรมโชติและไหว้อนุสาวรย์วีรชนค่ายบางระจัน เป็นอับจบทริป ไม่เหนื่อยมาก ถึงบ้านไม่ดึก ตื่นเช้าไปทำงานต่อได้ ^.^

ถูกใจต้องแชร์:

Comments

comments